นับตั้งแต่บริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จํากัด ในเครือบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น(เอเชีย) จำกัด  ได้รับการแต่งตั้งจากโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ให้เป็นผู้จำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2555 โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย  โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดเพียงไม่กี่แห่งในภูมิภาคที่มีโชว์รูมเปิดให้บริการถึงสองแห่ง ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดในประเทศไทย  ในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 3 ปี ประเทศไทยได้กลายเป็นตลาดที่ทำผลงานได้ดีที่สุดติด 1 ใน 3 ของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากภูมิภาคนี้มีสถิติจำนวนประชากรที่ร่ำรวยเพิ่มสูงขึ้นมาก

โดยในปีนี้ถือเป็น ปีที่ 4 ของการดำเนินงาน โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ได้สานรับนโยบายจากสำนักงานใหญ่ของโรลส์-รอยซ์ ณ เมืองกู้ดวู้ด ประเทศอังกฤษ ที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกแบบรถยนต์ โรลส์-รอยซใหม่ให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่นิยมรถแนวลัคชัวรี่สปอร์ต แต่ยังต้องการความหรูหราในแบบฉบับของโรลส์-รอยซ์ และสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจกว่ารถสปอร์ตทั่วไป ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ของรถหรูในตลาดโลก ดังนั้นโรลส์-รอยซ์ทุกรุ่นนับจากนี้ จะดูโฉบเฉียว และเท่มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการออกแบบ ในรูปแบบใหม่ที่ เท่ (Cool) ทันสมัย (Modern) และ หรูหรา (Luxury) แต่คนรุ่น เก่าก็ยังสัมผัส ความเป็น โรลส์-รอยซ์ ได้เหมือนเดิม รวมทั้งขุมพลังความแรงของเครื่องยนต์ วี 12 ที่เรียกอัตราเร่งและการขับเคลื่อนได้อย่างล้นเหลือ

“ ผมมั่นใจว่าปีที่กำลังจะมาถึงคงจะเป็นปีที่ตื่นเต้นของโรลส์-รอยซ์อีกปี เพราะแนวความคิดใหม่ในแบบรุ่น ลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่จะมาทำให้ลูกค้าคนไทย ได้มีโอกาศ ได้เลือกในแบบ บีสโปก หรือ ผลิตเลือกตามสั่ง ได้มากขึ้น และเป็นปัจเจกของตัวเองมากขึ้น ซึ่งหาได้ยากกับรถแบรนด์ใหญ่ที่จะทำได้ในตลาดปํจจุบัน” สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าว

“นอกจากนี้แล้ว จากข้อมูล Wealth X Data ในแถบเอเชีย ณ ปัจจุบันถึงปี 2020 จะมีประชากรที่เป็นอภิมหาเศรษฐีหรือที่เรียกว่า Ultra High Networth เพิ่มขึ้นใกล้ถึง 50 % ดังนั้น ผมมีความมั่นใจว่า กลุ่มตลาด Ultra Luxury Car ในประเทศไทย ยังคงโตขึ้นได้อีก และประชากรกลุ่มนี้ ใช่ว่าจะขับรถยนต์ Rolls-Royce ทุกท่าน ดังนั้นสำหรับลูกค้ากลุ่มที่เรายังเข้าไปไม่ถึง เราได้วางแผนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์กับกลุ่มที่ขับรถยนต์ Rolls-Royce อยู่แล้ว และกลุ่มที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ Rolls-Royce การประชาสัมพันธ์และการติดต่อให้เข้าถึงลูกค้าในรูปแบบใหม่ๆตามสมัยนิยม บริการหลังการขายต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และอื่นๆ เพื่อให้อยู่ในใจของลูกค้าและผู้สนใจอย่างจริงจัง รวมทั้งความจริงใจที่มีต่อลูกค้าในทุกๆด้าน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ เพื่อให้เกิดการซื้อครั้งที่สอง นอกจากนี้ เราจะยังพัฒนารถมือสองหรือ Provenance เพื่อให้คนทั่วไปมีโอกาศได้ครอบครองรถยนต์ Rolls-Royce ได้ง่ายขั้น รวมทั้งพัฒนาโครงการ Loyalty Program ให้ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มที่เป็นเจ้าของรถยนต์ Rolls-Royce อยู่แล้ว และอื่นๆอีกมากมายที่จะตามมา เพื่อให้เกิดการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่องได้”

“การบริการหลังการขาย หรือที่เรียกว่า Ownership Service ของเรา ได้ตามมาตรฐานที่ทางโรงงานผลิตรถยนต์ Rolls-Royce ที่ Goodwood ประเทศอังกฤษ ตั้งไว้เลยครับ ดังนั้นลูกค้าสามารถเชื่อใจได้เลยว่า รถยนต์ Rolls-Royce ทุกคัน จะสมบูรณ์แบบในทุกด้านเสมอ เมื่อออกจากศูนย์บริการไป รถยนต์ Rolls-Royce ทุกคัน จะมีการอัพเดทข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ในด้านซอฟท์แวร์ หรือสมองกล และสภาพโดยทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ และฟังก์ชั่นอื่นๆ ทำงานให้มีประสิทธิภาพเต็ม 100 เสมอ รวมทั้งจะได้ข้อแนะนำที่มีประโยชน์เสมอ เมื่อมีการเข้าศูนย์เพื่อการใช้รถยนต์ Rolls-Royce อย่างเต็มประสิทธิภาพและถูกต้อง”

ทั้งนี้เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า บริษัท “ยังมีโครงการ “White Glove-Chauffeur Driving Training” ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ลูกค้าให้ผลตอบรับดีมาก ในแต่ละครั้ง คนขับรถของลูกค้า จะมาอบรมเป็นจำนวนมาก มีครั้งหนึ่งมากถึง 20 ท่าน และบางครั้งลูกค้าเอง ก็ให้ความสนใจมาร่วมอบรมพร้อมคนขับของตัวเอง การอบรมจะทำในรูปแบบกับที่ Goodwood โดยเริ่มจากการให้ความรู้เกี่ยวกับ ประวัติของ Rolls-Royce โดยย่อ จากนั้นจะให้ข้อมูล มาตราฐานส่วนตัวที่ต้องพัฒนาของคนขับให้กับเจ้านาย, การวางแผนการเดินทางให้เจ้านาย เมื่อมีการใช้รถยนต์แต่ละครั้ง,การดูแลผู้โดยสาร หรือผู้เป็นเจ้าของรถในระหว่างขับไปสู่จุดหมาย, แนวทางการขับขี่ที่ปลอดภัย ทำกันอย่างไรในรูปแบบของคนขับอย่าง Rolls-Royce รวมทั้งบุคลิกภาพ และการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น คนขับต้องดูแลรถยนต์ให้ถูกต้องเพื่อรักษาการใช้งานให้ยาวนานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่ดีที่จะทำให้คนขับรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ เข้าถึงและเข้าใจรถยนต์โรลส์-รอยซ์ ใด้มาก และ ง่ายขึ้น”

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2017 “เราจะเปิดตัวโชว์รูม Rolls-Royce อีกสาขาที่ภูเก็ต ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2017 เพื่อครอบคลุมลูกค้าที่อยู่ภาคใต้ทั้งหมด แต่ขณะเดียวกัน เรายังมี Rolls-Royce Urban Driving Experience ตามหัวเมืองใหญ่ขึ้นปีหน้า และจะมี Flying Doctor คอยดูแลลูกค้าตามหัวเมืองใหญ่ ที่ซื้อรถกับทางบริษัทฯ ด้วย”
สัมผัสกับที่สุดของยนตรกรรมเปิดประทุนหรูแห่งตำนาน “โรลส์-รอยซ์ แฟน ธอม ดรอปเฮด คูเป้” (Phantom Drophead Coupé) ซึ่งมีแนวคิดมาจากเรือยอร์ช ที่สามารถโลดแล่นบนท้องถนนได้ เน้นความงามที่เป็นเลิศผสานกับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีทางด้านยานยนต์ ด้วยความโอ่อ่าสง่างามและทรงพลัง ทำให้แฟนธอมคือสุดยอดแห่งรถที่หรูหราที่สุด แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การสร้างสรรค์รถรุ่นนี้ จะกลายเป็นตำนานตลอดไป!! หนึ่งในคันสุดท้ายของสายการผลิตของปีนี้ พบกันได้ที่ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ศกนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษ เยี่ยมชมโรงงานและสายการผลิตรถยนต์โรลส์-รอยซ์ ที่เมืองกู้ดวูด ประเทศอังกฤษ เมื่อจอง และส่งมอบ รถยนต์โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม โกสท์ เรธ และ ดอร์นในงาน”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
กนิษฐา ปานทอง
ฝ่ายสื่อสารองค์กรอาวุโส
บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป  คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด
Tel : +662-935-2000  Fax: +662-793-2233
มือถือ: +6681-647 9282 และ+6692-223-1297